มาถึงเรื่อง SCBSET vs SET
ข้อดีของการลงทุนกับ SCBSET
- เราไม่ต้องหาหุ้นเอง และการกระจายความเสี่ยงอยู่ในเกณฑ์ดี
- การซื้อขายทำได้ง่าย ไม่ต้องรอ bid/offer
- สามารถคาดการณ์ราคา และผลตอบแทนได้ง่าย
ข้อดีของการลงทุนเองใน SET
- ใช้ความสามารถได้เต็มที่ (อาจจะเจอหุ้น 10 เด้ง)
- สามารถเล่นรอบระหว่างวันได้
สำหรับ คนที่ไม่ชำนาญเล่นหุ้นเอง แนะนำให้ลองลงทุนใน SCBSFF + SCBRF แล้วพอชำนาญขึ้น ก็ขยับเข้า SCBSET ความเสี่ยงอาจจะมากหน่อย แต่ผลตอบแทนก็ดีตามไปด้วย
ตัวอย่างคร่าวๆ ข้อมูลการลงทุนใน SCBSFF + SCBRF + SCBSET
เงิน 100,000 บาท SCBSFF ให้ผลตอบแทนที่ราว 4% หรือประมาณ 11 บาทต่อวัน
เงิน 100,000 บาท SCBRF ให้ผลตอบแทนที่ราว 5.5% หรือประมาณ 15 บาทต่อวัน
เงิน 100,000 บาท SCBSET ให้ผลตอบแทนขึ้นกับ SET Index ตัวอย่าง ซื้อวันที่ 28/3/50 ณ ราคา 6.4581
SET เมื่อวาน +2.58 จุด
SCBSET +0.0300 หรือคิดเป็นผลตอบแทน (100,000 / 6.4581) x 0.03 = 464.53 บาท (ผลตอบแทนอิงกับค่าดัชนี SET ดังนั้นผลตอบแทนอาจจะติดลบได้เช่นกัน)
อันนี้เป็นตัวอย่างพอร์ทลงทุนคร่าวๆ ที่ลงไว้เมื่อเดือนกุมภา 2007 (3 เดือนที่แล้ว)
SFF ลงทุน avg 200,000 3 months return 2,1xx.xx
RF ลงทุน avg 600,000 3 months return 8,2xx.xx
SET ลงทุน avg 150,000 3 months return 12,xxx.xx
SFF กับ RF จะได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกัน ต่างกันไม่เกิน 1-2% ในระยะยาว
ส่วน SCBSET จะแตกต่างกันมากหน่อย เพราะความเสี่ยงสูงกว่ามาก ตัวนี้ที่ได้เยอะ ส่วนหนึ่งเพราะเข้าไปตอนลบ 10 กว่าจุดพอดี แล้วอีก 5 วันถัดมา หุ้นก็ขึ้นไปประมาณ 8 จุด ก็ขายได้ครั้งแรก 9,xxx บาท ก็ถือว่าดวงดี ที่เข้าออก ได้จังหวะพอดี (แต่โอกาสแบบนี้ ไม่ใช่จะเสมอไป ครั้งหน้าก็อาจจะขาดทุนได้เหมือนกัน)
จริงๆ ยังไม่แนะนำให้ลงใน SCBSET ก่อน เก็บเงินเป็นแบบออมใน SFF + RF ไปก่อน แล้วค่อยๆ ปรับเปลี่ยนแผนการลงทุน ตามความเหมาะสมอีกที
